คราวที่แล้วทำความรู้จักว่า โฟนิคส์ (Phonics) คืออะไร? กันแล้ว คราวนี้มาดูกันต่อว่าทำไมถึงควรสนับสนุุุนให้เด็กไทยได้เรียนโฟนิคส์กันนะครับ ถึงแม้ปัจจุบันในประเทศไทยโฟนิคส์ (Phonics) จะเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่เมื่อมองจากภาพรวมแล้วก็ยังเรียกได้ว่าการสอนโฟนิคส์นั้นยังอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ สาเหตุหลักน่าจะเป็นเพราะยังไม่มีการบรรจุเป็นหลักสููตรของกระทรวงศึกษาธิการ ก็นับว่าประเทศไทยล้าหลังในเรื่องนี้มาก บางท่านก็อาจจะงง ๆ ที่ผมนำสื่อการสอนโฟนิคส์บางรายการจากประเทศจีนมาแนะนำให้รู้จักกัน ผมบอกได้เลยว่าจีนเขาไปไกลกว่าเรามากครับ เพราะประเทศจีนได้บรรจุการสอนโฟนิคส์ (Phonics) เป็นหลักสูตรมาหลายปีแล้ว เราไม่ต้องพูดถึงอเมริกาหรือยุโรปเพราะเขามีสอนโฟนิคส์กันมานานแลัว สำหรับประเทศไทยแค่คิดว่าจะพัฒนาบุคลากรครูสอนภาษาอังกฤษให้มีความรู้ความสามารถที่จะมาสอนโฟนิคส์ (Phonics) ให้กับเด็ก ๆ ก็เป็นเรื่องใหญ่แล้วครับ ไม่รู้ว่าต้องใช้งบประมาณใช้เวลาในการฝึกอบรมครูอีกเท่าไหร่ถึงจะมีความพร้อมเดินหน้าใส่เกียร์หนึ่งได้ บางโรงเรียนมีการนำโฟนิคส์เข้ามาสอนเสริมให้กับเด็ก ๆ แต่พอประชุมเพื่อแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ปรากฏว่าบรรดาผู้ปกครองต่างก็งงเพราะไม่รู้จักว่าโฟนิคส์ (Phonics) คืออะไร? ก็ต้องอธิบายยกตัวอย่างกันให้วุ่นวาย แถมไม่พอหลังจากนั้นผู้ปกครองเองก็ต้องมาปวดหัวเมื่อลูก ๆ มาให้ช่วยสอนการบ้าน เพราะผู้ปกครองเองก็ไม่เคยเรียนโฟนิคส์มาก่อนก็ไม่รู้จะสอนลูกอย่างไร หลายทานก็ต้องมาเริ่มเรียนพร้อมลูก ๆ เชื่อว่าในระยะเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้าทั้งตัวเด็ก ผู้ปกครอง และคุณครูสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยก็คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องรู้จักกับโฟนิคส์ (Phonics)

ถึงตรงนี้ก็คงมีคำถามว่าเรียนโฟนิคส์ (Phonics) แล้วดีอย่างไร? นอกจากช่วยให้อ่านสะกดคำใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องท่องจำแล้ว ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าการเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้องนั้นมีขั้นตอนอย่างไร

ที่มา: www.cyber-smart.org

จากภาพประกอบข้างบนจะเห็นได้ว่าโฟนิคส์ (Phonics) เป็นพื้นฐานของกระบวนเรียนรู้ในการเรียนภาษาอังกฤษในการฟัง พูด อ่าน และเขียนตามลำดับ ทีนี้เรามาดูกันว่าที่ผ่าน ๆ มาเด็กไทยเราเรียนภาษาอังกฤษกันอย่างไร เด็กไทยเริ่มเรียนภาษาอังกฤษกันที่ขั้นตอนที่ 3 ครับ คือเรียนจดจำคำศัพท์เป็นคำ (Whole Language) คำศัพท์ที่ครูไม่ได้สอนหรือไม่ได้ท่องจำก็จะอ่านออกเสียงไม่ได้ สามารถพูดได้ว่าเด็กไทยที่เก่งภาษาอังกฤษต้องมีความจำดีมาก เพราะต้องท่องจำศัพท์ คำอ่าน คำแปล และไวยากรณ์อีกมากมาย เช่น Computer ก็ต้องท่องจำว่า c-o-m-p-u-t-e-r อ่านว่า คอมพิวเตอร์ (ครูเป็นผู้สอน) เมื่อกระบวนการเรียนรู้ข้ามขั้นตอนทำให้การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเด็กไทยมีปัญหา นั่นจึงเป็นที่มาว่าเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษกันหลายปีก็ยังฟัง พูด อ่าน และเขียนไม่ได้

การเรียนโฟนิคส์ (Phonics) ตั้งแต่เริ่มแรกเป็นพื้นฐานนั้น จะทำให้การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ตั้งแต่การฟัง พูด อ่าน เขียน นั้นมีประสิทธิผลเป็นรูปธรรม จากที่ได้อธิบายข้างต้นเมื่อสามารถแยกแยะหน่วยเสียงทั้งหมดได้ถูกต้อง ก็สามารถที่จะฟังฝรั่งพูดภาษาอังกฤษรู้เรื่อง เวลาอ่านพอเห็นตัวอักษร (Alphabets) ของคำต่าง ๆ ก็สามารถถอดรหัสเสียงไปสู่การออกเสียง ผสมเสียง และการสะกดคำได้ถูกต้อง พออ่านได้ก็สามารถที่จะสะกดคำเขียนออกมาได้เช่นกัน ทั้งหมดล้วนเป็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกันของโฟนิคส์

คงพอจะเข้าใจเกี่ยวกับโฟนิคส์ (Phonics) กันมากขึ้นแล้วนะครับ สรุปในเบื้องต้นก็คือการเรียนการสอนภาษาอังกฤษแบบไทย ๆ ของเรานั้นมันข้ามขั้นตอนที่ถูกต้องมา ทำให้กระบวนการพัฒนาต่อยอดการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยนั้นยากกว่าที่ควรจะเป็น ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ๆ กันคือเรียนภาษาอังกฤษกันมาตั้งหลายปีแต่ภาษาอังกฤษของเด็กไทยยังไปไม่ถึงไหน